Latest:
HealthMarketing

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน ชวนสัมผัส Taste of Longevity ยกทัพวัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศจากยอดดอย มอบประสบการณ์อาหารยั่งยืนเพื่อชีวิตยืนยาว ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026” ระหว่างวันที่ 18-29 มี.ค. 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

มูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับ สยามพารากอน, กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ Thailand Gastronomy Network (เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย) ยกขบวนวัตถุดิบชั้นเลิศและผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย ที่โครงการหลวงได้นำไปส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพาะปลูกและพัฒนาอย่างพิถีพิถันมายาวนานและต่อเนื่องจนกลายเป็นผลผลิตคุณภาพระดับสากล มามอบประสบการณ์พิเศษแบบสดใหม่ From Farm to Table ให้ชาวเมืองได้สัมผัสอีกครั้ง ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ภายใต้แนวคิด “Taste of Longevity: From Farm to Table” ที่ถ่ายทอดปรัชญาการกินอยู่เพื่อสุขภาพและความยั่งยืน ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสคุณค่าของอาหารที่ดีต่อสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำพร้อมรังสรรค์เมนูเพื่อสุขภาพ จากวัตถุดิบโครงการหลวง โดยเชฟชื่อดัง ระหว่างวันที่ 18-29 มีนาคม 2569 ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน

การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด เพื่อร่วมกันฉายภาพแนวคิด Taste of Longevity: From Farm to Table ซึ่งเชื่อมโยงอาหารเข้ากับการมีสุขภาพที่ดีและยืนยาว ผ่านวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์คุณภาพจากพื้นที่สูงของประเทศไทยที่ส่งเสริมโดยโครงการหลวง ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่การเพาะปลูกอย่างรับผิดชอบ
ต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการคัดสรรอย่างพิถีพิถันให้อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและภูเขา แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของโครงการหลวงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ผ่านการวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ภายในงานรวบรวมผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอย ที่โครงการหลวงส่งเสริมให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมถึงวัตถุดิบระดับพรีเมียมต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานสากล ก่อนส่งตรงสู่ผู้บริโภคใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อให้สัมผัสได้ถึงความสดใหม่แบบ From Farm to Table อย่างแท้จริง

ไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ “ปลาเทราท์โครงการหลวง” ปลาน้ำจืดคุณภาพสูงที่เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติบนพื้นที่สูงที่มีอุณหภูมิไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อปลามีความนุ่ม ขาว รสชาติกลมกล่อม เด่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยมีให้เลือกทั้ง ปลาเทราท์สด และ ปลาเทราท์รมควัน และอีกนึ่งวัตถุดิบชั้นเลิศที่ห้ามพลาดคือผลิตภัณฑ์ไทยระดับโลกอย่าง “แบล็คคาเวียร์” ไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียนสายพันธุ์ไซบีเรียน ที่เพาะเลี้ยงอย่างพิถีพิถันในระบบน้ำไหลเวียนจากน้ำตกสิริภูมิ ภายใต้สภาพอากาศหนาวเย็นบนดอยอินทนนท์ จนได้คาเวียร์คุณภาพเยี่ยม

อีกทั้งยังมี ผลิตภัณฑ์ชาคุณภาพจากยอดดอยของโครงการหลวง ที่สะท้อนเสน่ห์ของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและภูมิปัญญาการปลูกชาบนพื้นที่สูง อาทิ ชากตัญญู–อายุยืน ชาเขียวอัสสัมคั่วหอมที่ผสานกลิ่นมะม่วงและสตรอว์เบอร์รีอย่างลงตัว ให้รสนุ่มละมุนชุ่มคอ, ชาอู่หลง 12 Oolong Tea Set ชุดชาพรีเมียมบรรจุในโถเซรามิคลวดลายพู่กันจีน เหมาะสำหรับนักสะสมและเป็นของขวัญล้ำค่า, ชาขาวไวท์พีโอนี ที่คัดเฉพาะยอดอ่อนของชาป่าบนพื้นที่สูง ให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ และรสนุ่มละมุน, ชาแดงอัดแผ่น ที่ผ่านกระบวนการหมักอย่างพิถีพิถันจนได้รสเข้มลึกและหวานปลายลิ้น, ชุดชาพิเศษชาแดง ที่ผลิตจากยอดชาเก็บมือแบบ 1 ยอด 2 ใบอ่อน ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาแดงชั้นดี, ชาอู่หลงกลิ่นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมชง ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ขนมไทยผ่านกลิ่นหอมของมะม่วงสุกและข้าวเหนียวมูน และ ชาเขียวป่าดอกเก็กฮวย จากแหล่งปลูกธรรมชาติบนดอยม่อนเงาะ ที่ให้รสเข้มและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาอัสสัม

สำหรับคอกาแฟพบกับ กาแฟอะราบิกาคุณภาพจากแหล่งปลูกบนพื้นที่สูงของโครงการหลวง ทั้ง กาแฟคั่วเมล็ด ดอยสามหมื่น เนทูร่า กาแฟออร์แกนิคจากชุมชนลีซู ให้โน้ตน้ำผึ้ง เบอร์กาม็อต ผลไม้แห้ง และดาร์กช็อกโกแลต, กาแฟคั่วเมล็ด เลอตอ มอนติส จากชุมชนปกาเกอะญอ ที่ให้กลิ่นหอมของเบอร์รี ส้ม คาราเมล และอบเชยอย่างซับซ้อน, กาแฟคั่วเมล็ด แม่ปูนหลวง ซิลว่า จากพื้นที่ปลูกของชุมชนอาข่า ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นดอกไม้ น้ำผึ้ง และผลไม้สดชื่น, กาแฟคั่วเมล็ดดอยสามหมื่น ที่ให้รสเข้มลึกแบบดาร์กโรสต์, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก จังหวัดเชียงใหม่ ที่ดื่มง่ายและสมดุลในทุกแคปซูล ด้วยรสหอมหวานของวานิลลา คาราเมล และช็อกโกแลต ตัดด้วยความสดชื่นของเกรปฟรุต, กาแฟอะราบิกาโครงการหลวง ชนิดแคปซูล จากแหล่งปลูกสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ จากสายพันธุ์ Red Catimor ให้รสชาติกลมกล่อม มีโน้ตช็อกโกแลต ถั่ว และโทสต์ พร้อมกลิ่นส้มเพิ่มความสดชื่น และยังมีกาแฟแคปซูลคุณภาพชนิดต่างๆ อีกมากมายที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีให้เลือกลิ้มรสชาติ

ด้านผลิตผลสดใหม่จากยอดดอยก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งผักเมืองหนาวและผลไม้คุณภาพ อาทิ ฟักทองญี่ปุ่น มะเขือเทศโครงการหลวง ผักกาดหอมห่อ คอสสลัด แตงกวาญี่ปุ่น ผักกาดขาวปลี และ กะหล่ำปลี รวมถึงผลไม้อย่าง เคพกูสเบอร์รี เสาวรส และบ๊วยสด อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อสุขภาพอย่าง ข้าวเกรียบทอดจากผักและเห็ดโครงการหลวง ที่มีให้เลือก 4 รสชาติ ฟักทอง แคร์รอต เห็ดหอม และสูตรใหม่ มันเทศสีม่วงผสมคีนัว ซึ่งเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์และสารอาหาร รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ข้าวพันธุ์จาคูเนเน, น้ำแร่ธรรมชาติโครงการหลวง, น้ำดื่มโครงการหลวง ตลอดจนผลิตภัณฑ์เครื่องหอมจากธรรมชาติ อย่างน้ำหอมกระจายกลิ่นและบุหงาแฟนซี ในกลิ่น Tea Tree หอมสะอาดสดชื่น และกลิ่น Fern หอมสดชื่นเป็นธรรมชาติ ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์แห่งการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

ส่วนใครที่ชื่นชอบไม้ดอกไม้ประดับ เตรียมรื่นรมย์ไปกับดอกไม้นานาพรรณ อาทิ กุหลาบ สีแดง ชมพู โอลด์โรส เหลือง ขาว, กลอลิโอซ่า ไฮเดรนเยียร์, เบญจมาศ, ซิมบิเดียม และสมุนไพรกระถาง เช่น โรสแมรี่ เบซิล มิ้นท์ที่มาจำหน่ายภายในงาน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมต่างๆ จากชนเผ่า ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิชัยพัฒนา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ร้านดอยคำ ผลิตภัณฑ์สินค้างานฝีมือจากชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้ง เมนูพิเศษจากกูร์เมต์ มาร์เก็ต
ที่เคาน์เตอร์ YOU HUNT WE COOK โดยจะจำหน่าย ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G สยามพารากอน

            และอีกหนึ่งความน่าสนใจที่พลาดไม่ได้ภายในงาน คือ Heartfelt Activities กิจกรรมฮีลกาย ฮีลใจ เสริมความปัง ที่ Thailand Gastronomy Network (เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย) สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้ทุกคน
ได้เข้าถึงแนวคิด“Taste of Longevity” อย่างแท้จริง ทั้ง“Live cooking” การสาธิตการทำอาหารจากวัตถุดิบชั้นเลิศของโครงการหลวงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกวัตถุดิบที่ดี, “Art of Cider Making” และ“Art of Kombucha Making” เวิร์กช็อปการทำไซเดอร์และคอมบูฉะ เครื่องดื่มหมักตามเทรนด์สุขภาพยุคใหม่, “Forest Bathing in the City” เรียนรู้ศิลปะของการเชื่อมชีวิตกับธรรมชาติด้วยการอาบป่าใจกลางเมือง, “Find your own coffee persona”
ชิมกาแฟตามหารส ที่ใช่ในแบบของคุณ, “Crackers Pairing Party” ปาร์ตี้รูปแบบใหม่ ชวนจับคู่ข้าวเกรียบยอดฮิตของโครงการหลวงกับเครื่องดื่มอย่างสร้างสรรค์ Eat your design” กิจกรรมฮีลกายและเสริมความปัง มูเตลูแบบฉบับวิทยาศาสตร์ร่างกาย ที่แนะนำการทานอาหารตามวันเดือนปีเกิด

นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสรสชาติความสดใหม่ของวัตถุดิบชั้นเลิศคุณภาพระดับซูเปอร์มาสเตอร์จากยอดดอยของโครงการหลวง ผ่านเมนูอร่อยจากร้านอาหารชื่อดังภายในสยามพารากอน อาทิ  Another Hound Café (อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่), Bakehaus (เบคเฮ้าส์), Fikka (ฟิกก้า), Henryfry (เฮนรี่ ฟราย), Hopsy Story (ฮอบซี่ สตรอรี่), JUMBO Seafood (จัมโบ้ ซีฟู้ด), NICOLO (นิโคโล่), Shersanctuary Tea Bar (เชอร์แซงชูเออะรี
ทีบาร์),  Sri’s Room by Sri Trat (ศรีรูม บาย ศรีตราด), Suki Masa (สุกี้ มาสะ), Taling Pling (ตะลิงปลิง)และUncle Boss (อังเคิล บอส) เป็นต้น ที่นำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมารังสรรค์เป็นอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่ม
สุดสร้างสรรค์ จำหน่ายให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มลอง พิเศษ สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตผลและสินค้าภายในงาน ครบ 1,500 บาท
ขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับถุงผ้าลดโลกร้อนดีไซน์พิเศษเฉพาะในงานนี้ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวัตถุดิบคุณภาพจากยอดดอย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของธรรมชาติ วิถีชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูง และการพัฒนาของโครงการหลวง ผ่านประสบการณ์อาหารเพื่อสุขภาพ ตลอดจนร่วมกิจกรรมต่างๆ
ในงาน “Royal Project Gastronomy Festival 2026 @ Siam Paragon” ได้ระหว่างวันที่ 18-29 มีนาคม 2569
ณ NEXTOPIA ชั้น 5 และกูร์เมต์ มาร์เก็ต ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-610-8000 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง FB: SIAM PARAGON
และ FB : NEXTOPIA       #RoyalProjectGastronomyFestival2026 #SiamParagon #NEXTOPIA